Copic ครั้งแรก...แรก

posted on 20 Sep 2015 20:44 by pakorn22 directory Cartoon, Entertainment, Diary

Copic

   นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปี หลังจากที่ไม่ได้เรียนวิชา ศิลปะ ที่ผมได้กลับมาวาดรูปอีกครั้ง  จากความบังเอิญ ที่ผมได้เจอกับ เพจๆหนึ่ง ใน เฟสบุค ชื่อว่า NU_DEE และมันก็ทำให้ผมได้บังเอิญรู้จักกับ เจ้าสี ยี่ห้อ Copic จากการที่เจ้าของเพจรีวิวการลงสี ด้วยสีชนิดนี้

     หลังหาข้อมูลอยู่พักหนึ่ง จึงได้ตัดสินในซื้อเจ้าสีนี่มา แต่ราคามันหนักเอาเรื่อง(แต่ไม่ได้เอาไปชั่ง กิโล น่ะ 555) แต่เมื่อได้ลองใช้แล้ว ก็พบว่ามันใช้ง่ายครับ ฝีมือ ลงสีแย่ๆของผมก็ ออกมาดูดีได้ ฮ่าๆ...ป้ายไป ป้ายมา 

  เอาล่ะ...ไม่พูดมาก ให้ยากความ (จริงๆ โพสนี้ผมเขียนมาสองรอบแล้ว นี่รอบที่สาม ...ด้วยความเลินเล่อของตัวเอง ปิดเบาร์เซอร์ไปสองรอบ เลยต้องเขียนใหม่ ฮ่า)

   ภาพแรก เป็น โกได ยูสึเกะ พระเอก ไอ้มดแดง คูกะ ไอดอลของผม

วาดแบบไม่ตัดเส้น

 

 

ส่วนภาพนี้เป็นภาพ ของ โจ โคล นักฟุตบอลขวัญใจ จากทีมเชลซี เมื่อปี 2003-2010

 

 

นี่และฮะ ความภูมิใจเล็ก กับภาพวาดของตัวเอง..

    ... ส่วนใครว่างๆก็ลองวาดมากันดูครับ^^

   "ขอบคุณ ความบังเอิญ ที่ทำให้ผมได้รู้จักเจ้า Copic นี่"  

เพราะ....ครั้งแรก....บังเอิญเสมอ

    

edit @ 20 Sep 2015 21:13:27 by PK22

แปลงร่าง ครั้งแรก...แรก 

Ridaaaa …Henshin!!!

(kamen rider ichigo & kamen rider ghost)


ครั้งยังเป็นเด็ก  สำหรับเด็กผู้ชายแล้ว กิจกรรมหลักๆของเด็กที่เติมโตมาในช่วงยุค 90  ในยุคที่ไม่มีโทรศัพท์ที่สามารถทำอะไรๆได้มากมายอย่างในปัจจุบัน หรืออินเทอร์เน็ตที่เราอยากดูอะไรก็สามารถหาดูได้อย่างง่ายดาย          

        กิจกรรมของเด็กยุคนั้น  ไม่วิ่งเล่นกับเพื่อน ก็เล่นของเล่น หรือเข้าร้านเกม และสิ่งที่เด็กในสมัยนั้นต้องจดจ่อรอชมนั้นก็คือ รายการ ช่องเก้าการ์ตูน ตอนเช้าๆ ..แม้สมัยนี้จะยังคงมีอยู่แต่เด็กสมัยนี้คงไม่สนในตื่นมาดูแล้ว เนื่องจากมีสื่อที่หลากหลายขึ้น.. 

        ในยุคนั้นสิ่งที่เป็นขวัญใจของเด็กผู้ชาย ก็คงหนีไม่พ้น หนังการ์ตูนแนวพิทักษ์โลก  ซูปเปอร์ฮีโร่กู้โลก ที่มีฉายทั้งช่องเจ็ด ช่องเก้า ช่องสาม  

        ยุคสมัยนั้นสื่อในการบันทึกภาพและเสียงยังเป็นม้วนวีดีโออยู่ ทุกๆวันศุกร์ สมัยประถม แม่มักจะพาผมไปร้านเช่าวิดีโอ เพื่อดูในวันเสาร์ อาทิตย์  สิ่งที่ผมมักจะเช่าทุกครั้งแน่นอนว่า  ต้องเป็นหนังแนวซูปเปอร์ฮีโร่กู้โลก  ทั้งอุลตร้าแมน ซุปเปอร์เซนไท(ขบวนการห้าสี หรือขบวนการเรนเจอร์) และ....ไอ้มดแดง  

หนังฮีโร่ทั้งสามกลุ่มนี้ เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนในวัยเด็กของผมอีกคน     จะเรียกได้ว่าผมเติบโตมาพร้อมกับหนังพวกนี้เลยก็ว่าได้   และในปัจจุบันก็ยังคงติดตามอยู่    

ไอ้มดแดง หรือ มาสค์ไรเดอร์ หรือ คาเมนไรเดอร์ ทั้งสามชื่อนี้คือชื่อเรียกในสิ่งเดียวกัน และเป็นกลุ่มฮีโร่ที่ผมชื่นชอบ และติดตามมากที่สุด  

ด้วยการเล่าเรื่องที่แฝงไปด้วยคุณธรรม การช่วยเหลือคน และบุคลิคเท่ๆของพระเอก คงทำให้เด็กในยุคนั้น ชื่นชอบได้ไม่อยาก  ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในเด็กจำนวนนั้น  ในสมัยที่ผมเป็นเด็กถ้าจำไม่ผิด ไอ้มดแดง ไม่มีการฉายทางทีวีในขณะนั้น (แต่มีฮีโร่เรื่องอื่นๆ) แต่จะชมทางวิดีโอเป็นส่วนใหญ่ 

จนเมื่อเวลาผ่านไปตอนอยู่ ประถมหก ไอ้มดแดงก็กลับมาฉาย ทางช่องเก้า อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นซีรีย์ใหม่ กำเนิดใหม่ เล่าเรื่องใหม่ของฮีโร่ขวัญใจในอดีต โดยใช้ชื่อว่า อภินิหารมดแดง คูก้าหรือคาเมนไรเดอร์คูกะ หลังจากที่เริ่มห่างๆหนังแนวนี้ไปบ้างบางช่วง  ทำให้ผมกลับมาติดตามอีกครั้งอย่างจริงจังขึ้น ยอมรับว่าตอนเป็นเด็กดูผมสนุกไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหา แค่ดูแต่ฉากแอ็คชัน แต่เมื่อโตขึ้น ตอนประถมหกนั้นเริ่มที่จะเข้าใจและติดตามอย่างจริงจังแล้ว


หลักจากติดตามมาทุกปี นับสิบปี ไอ้มดแดงยุคใหม่ก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย หลากหลาย ในเนื้อหาและการดีไซน์ จนหลายคนถึงกับตำหนิว่า มันไม่ใช่ ไอ้มดแดงที่เราชื่นชอบในวัยเด็ก ดีไซน์ก็ตลก แปลกตา แถมเน้นขายแต่ของเล่น ถ้าหากถามว่าคำพูดนั้นจริงไหม...จริงครับ!

แต่ผมก็เข้าใจในความเปลี่ยนแปลง ถ้าจะให้สร้างแบบเดิมๆไปเรื่อยๆแบบ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา คงไม่สามารถยืนหยัดต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงโลกได้แน่นอน ทั้งผู้คนรุ่นเก่าที่เติบโตขึ้น และคนรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งเริ่มจะติดตาม 

  ผู้สร้างจึงต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง นำเสนอในแนวทางใหม่ๆทุกๆปี เช่นบางปี ก็ดีไซน์ เป็นหัวจรวดชุดอวกาศ  เป็นลูกท้อและมีรถไฟ  เป็นพ่อมด เป็นเกราะผลไม้  เป็นต้น ซึ่งอาจจะขัดตาไปบ้างเมื่อแรกเห็นของแฟนคลับไอ้มดแดง แต่ด้วยคุณภาพ ประสบการณ์การสร้างกว่า สี่สิบปี และเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม  ก็ทำให้แต่ละเรื่องที่ถูกตำหนิ เข้าไปนั่งในใจของคนดู ทั้งรุ่นเก่า รุ่นเด็ก ได้ไม่ยาก


สำหรับผมแล้ว ทุกสิ่งอย่างย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรคงอยู่เสมอไป ความทรงจำในวัยเด็กของเราก็ยังคงอยู่ แต่เราก็ต้องเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่หนทางข้างหน้า

ทุกวันนี้ฮีโร่ กลุ่มแรก...แรก  ที่ผมชื่นชอบ  ก็จะยังคงอยู่ ทั้งในความทรงจำ และในปัจจุบัน  ถึงแม้จะมีเปลี่ยนแปลงไปมากมาย แต่มันก็จะยังคงอยู่กับผม... และผมก็จะเติบโต และเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกับพวกเขา....ไอ้มดแดง 

.................................................................................................................................................

     สู้ต่อไป...ไอ้มดแดง

 

รู้หรือไม่

- ที่คนไทยเรียก มาสค์ไรเดอร์ หรือ คาเมนไรเดอร์ ว่า ไอ้มดแดง

   เพราะสมัยนั้น ประเทศไทยไม่มีข้อมูลใดๆเลย  เห็นมีหนวด ตาโตๆ  ปาก หยักๆ ...พี่ไทยเราก็เลย       เรียก   มันซะเลยว่า.....ไอ้มดแดง 

คุณเตชะพิทย์ แสงสิงแก้ว  เป็นผู้ตั้งชื่อว่า ไอ้มดแดง// ข้อมูลจากรายการ แฟนพันธุ์แท้ 

อาจารย์ อิชิโนโมริ โชทาโร่ คือผู้ให้กำเนิดไอ้มดแดง 

ไอ้มดแดงฉายครั้งแรกในวันที่ 3เมษายน 1917

-  ไอ้มดแดงมีอายุครบ 44 ปีแล้ว (ปี2015) 

-  ทั้งคาเมนและ มาสค์ แปลว่าหน้ากาก  ในภาษาญี่ปุ่น และอังกฤษ ตามลำดับ 

-  ไอ้มดแดง ไม่มีตัวไหนเลย ที่ดีไซน์มาจาก มด

-  ได้มดแดงตัวแรก ดีไซน์มาจาก ตั๊กแตน(ปี1971) 

-  ไอ้มดแดงแดงตัวล่าสุดออกแบบมาจาก ผี(ปี2015)  

-  ไอ้มดแดง ในประเทศไทยจะฉายทางทีวี ช้ากว่า ญี่ปุ่น ประมาณ2ปี

-   Henshin แปลว่า แปลงร่าง 

-   ไอ้มดแดงคือฮีโร่ของผม^^


 

"ครั้งแรก...ประทับใจเสมอ"

 

edit @ 22 Aug 2015 12:19:43 by PK22

ปีนังครั้งแรก...แรก ตอนที่ 3 ไปเดินกันต่อครับ

วันที่ 3 (26 มิถุนายน 2558) 


วันนี้ ตื่นสายครับเพราะก็ไม่อยากรีบมา อยากเที่ยวแบบสบายๆ หลังจากเดินเล่นเที่ยวในเมืองเล่นนิดหน่อย พร้อมหาอะไรลงท้อง จากนั้นก็เริ่มเดินทางต่อ วันนี้ผมมีแปลนว่าจะไปวัด เค๊ค ลก ซี  และ จุดชมวิว ปีนังฮิวส์ 

เริ่มเดินทาง โดยการขึ้นรถเมล์ สาย 204   รึจะไปรอที่ใต้ตึก คอมตร้า ก็ได้ เพราะรถเมล์ทุกคันจะต้องเข้ามาที่จุดตัดใต้ตึก คอมตร้า ทุกสาย...อยากรู้ว่าตึก คอมตร้า เป็นตึกไหน แหงนหน้าขึ้นมองตึกสูงๆขาวๆ กลางเมืองไว้เคยครับ ตึกนั่นแหละ สูงที่สุดในปีนังแล้ว 

 

ระหว่างทาง ก็ทำให้เราเห็นสองข้างทางตามบ้านเมืองเขา ขอบอกเลยว่า ถึงแม้ คนจะดูเยอะแต่ไม่รู้สึกว่า แออัด หรือวุ่นวายเลย บ้านเมืองเขาค่อนข้างเป็นระเบียบเลย ส่วนตัวแล้วชอบมอง สองข้างทางเวลานั่งรถเมล์มันทำให้เราเห็น สภาพแวดล้อมความเป็นไปของผู้คน มันเพลินตาดี...แต่ไม่ได้ถ่ายภาพมานะครัช 55555 

 

นั่งรถไปไม่รู้ว่าเวลานานเท่าไหร่ น่าจะประมาณ 1ชั่วโมงได้ แต่ไม่น่าเบื่อครับ เพราะมีวิวให้ดูตลอดทาง จะเห็นว่าโรงเรียนที่ปีนังนี่เลิกเร็วดี เวลาประมาณ บ่ายสอง ก็เห็นเด็กๆขึ้นรถกลับบ้านกันแล้ว นั่งมาจนเข้าเขตชุมชน เข้าตามซอยต่างๆรถก็จะมาจอด ส่งเราที่ ทางเข้าหน้าวัดเลย

 ระหว่างทางเดินขึ้นวัดนั้น ก็จะมีร้านขายของที่ระลึกตลอดทาง กึ่งๆตลาดย่อมๆ ทั้งเสื้อผ้า ของฝาก ต่างๆ เดินไปจดสุดทางครับ จะเจอบ่อเต่า นั่นละฮะ เราถึงแล้ว


วัดที่นั้นเป็นวัดจีนครับ...แน่หละ ชื่อก็ออกจะจีนซะขนาดนั้น...วัด เค็กลกซี 

ตัววัดกว้างขวางครับ มีหลายชั้น หลายทาง สุ่มๆเดินไปเลยครับไม่น่าหลง ฮ่าๆ  

ระหว่างไหว้พระอยู่ เจอลุงป้า สองคนพูดไทย...ถึงทักแก แกบอกว่ามาจากหาดใหญ่ ก็ทักทายกันไปครับ...เป็นครั้งแรกในรอบ สองวัดที่ผมได้ เอ่ยปากพูดภาษาไทย เพราะที่นั่นคุยไทยกะใครไม่รู้เรื่องเลย ฮ่าๆๆๆ 

เอาเป็นว่า ไปชมภาพบรรยากาศเลยดีกว่าครับ 

 

 

 

 

 

หลังจากชมจนทั่วแล้ว ให้เดินไปข้างในด้านขวาครับ จะมีร้านขายของที่ระลึก ร้านใหญ่ๆร้านนึงครับ ..เขาไปเลย เข้าไปเลยครับ  เพราะในร้านจะมีลิฟ สำหรับขึ้นไป ชมเจ้าแม่กวนอิม ครับ 

เข้าร้าน แล้วขวาหันไปเล๊ย...จะเจอลุงแก่ๆขายบัตรขึ้นลิฟ อยู่ครับ จัดไป ประมาณ 60 บาท


ข้างบนเป็นลานกว้าง สามารถชมวิวได้ครับ และเราก็จะเห็น รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม องค์ใหญ่ เด่นเป็นตระหง่า เอาเป็นว่า ไปชมภาพกันดีกว่า 

 

 

 

หลังจากเก็บบรรยากาศเต็มที่แล้วก็ได้เวลาไปยังอีกที่ครับ นั้นคือ ปีนังฮิวส์  

## ติภาพปีนังฮิวส์ไว้ก่อนฮะ รู้สึกโควต้าอัพรูปจะเต็ม งงๆเหมือนกันฮะ

จากวัด ก็เดินลงมาเลยครับ ตรงไปเลยไปยังถนน จะเจอบ้านเก่าๆหลังนึง จะมีป้ายรถเมล์...ป้ายรถเมล์จริงๆนะครับ ป้ายที่เป็นรูปรถเมล์ ปักอยู่ที่หน้าบ้านเก่าๆนั่น โดยที่ไม่มีที่นั่งหรือลักษณะที่เป็นป้ายรถเมล์ที่เราคุ้นกันนะครับ รอครับ รอ ที่หน้าบ้าน รอรถสายเดิมที่เราขึ้นมานั้นแหละ รถจะไปส่งเราถึงหน้า ทางเข้าปังฮิวส์เลย 

ค่าเข้าปีนังฮิวส์ สำหรับเราชาวต่างชาติ ราคา ประมาณ 300 บาทครับ เพื่อขึ้นรถรางไปยังเขา ขึ้นไปสูงเลยทีเดียว 

ที่บนนั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ เพราะมันเหมาะแก่การเป็นจุดชมวิวมุมสูงมากกว่า เดินๆแปปๆก็ทั่วแล้วครับ....แต่รู้สึกว่าจะมีนั่งรถชมป่า ชมนกชมไม้ด้วยมั่งครับ ใครไปลองสอบถาม รถแถวนั้นดู 

เช่นเคยครับ ชมภาพเลยดีกว่า ผมอธิบายไม่ค่อยเก่ง^^

 

หลังจากชมวิวที่ปีนังฮิวส์เสร็จแล้ว ขากลับก็ ไปรอรถเมล์สายเดิมที่หน้าทางครับแหละครับ นั่งรถสายเดิมที่เรานั่งมา จากนั้นก็กลับที่พักครับ 

หมดไปอีกหนึ่งวันละฮะสำหรับวันที่ 3 ของการเที่ยวปีนัง ครั้งแรก แรกของผม


 [ครั้งแรก...บังเอิญเสมอ]


ที่ว่าครั้งแรกบังเอิญเสมอ เพราะวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ผมเที่ยวโดยที่ไม่ได้วางแผนอะไร ไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะต่อไปที่ไหน อะไรยังไงกี่โมง กี่ยาม  

ผมว่ามันสนุกดีนะครับ ที่เรารอที่จะไปพบไปเจออะไรข้างหน้า โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจไว้ ..รู้แค่ว่า วันนี้จะไปไหน จะไปวัด เค็คลกซี และปีนังฮิวส์ แค่นั้น ส่วนอะไรจะอยู่ตรงไหน อย่างไร ไม่ต้องไปสนมันเลยครับ เรารอไปพบไปเจอ ด้วยความบังเอิญกับตัวเรา แบบครั้งแรกๆเพราะมันจะ...... สนุก ......เสมอ. 

Recommend